Skip to content

ผลวิจัยชี้ถึงผลกระทบของภาวะเครียดจากภัยร้อนต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์

การวิจัยล่าสุดได้ชี้ว่าภาวะเครียดที่เกิดขึ้นจากภัยร้อนมีผลกระทบที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์ในปี 2578 โดยการวิเคราะห์ข้อมูลการสูญเสียต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาวะเครียดนี้ พบว่ามูลค่าสูญเสียทางเศรษฐกิจมีมูลค่ารวมถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงมากและมีผลกระทบต่อการพัฒนาและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

การสูญเสียดังกล่าวส่งผลต่อกำลังซื้อ-ขายภายในประเทศ การลงทุนในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว และการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งมีผลต่อการเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ผลวิจัยชี้ถึงผลกระทบของภาวะเครียดจากภัยร้อนต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์

การศึกษาล่าสุดที่ได้มาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) มองเห็นถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งอาจมีต่อการสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงภาวะเครียดจากภัยความร้อน ซึ่งอาจมีการเพิ่มขึ้นตามช่วงเวลาก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และอาจเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า สู่ระดับที่ระดับ 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2578

โดยสาเหตุหลักที่เกิดขึ้นคือการลดลงของผลิตภาพแรงงานที่สามารถทำให้การเศรษฐกิจขยายตัวเป็นเรื่องยากลำบากขึ้น

รายงานโครงการ HeatSafe จากมหาวิทยาลัย (NUS)

รายงานโครงการ HeatSafe จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ระบุถึงการลดลงของผลิตภาพแรงงานที่คาดว่าจะลดลงถึง 14% ในปี 2578 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจของสิงคโปร์ การลดลงนี้จะนำไปสู่การสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีค่าสูงถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยพิจารณาตามอัตราเงินเฟ้อที่มีผลต่อความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจ การลดลงของผลิตภาพแรงงานจะส่งผลต่อการทำงานของธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพในอนาคต

ภาวะเครียดจากภัยร้อนต่อการผลิต ปี 2561

ในปี 2561 ภาวะเครียดที่เกิดขึ้นจากภัยร้อนมีผลกระทบต่อการผลิตโดยเฉลี่ยของสิงคโปร์ลดลงถึง 11.3% ในภาคเศรษฐกิจทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคบริการ ภาคการก่อสร้าง ภาคการผลิต และภาคการเกษตร ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่มีแนวโน้มย่ำแย่ลงต่อการผลิตในประเทศ สถานการณ์นี้เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากภัยร้อนที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในปีดังกล่าว ทำให้ระบบการผลิตลดลงลงต่อมาในหลายภาคและมีแนวโน้มที่จะย่ำแย่ลงต่อไป

การสูญเสียที่เพิ่มขึ้น

การสูญเสียที่เพิ่มขึ้นในสิงคโปร์ในหลายภาคหลังจากปรากฏภาวะเครียดจากภัยร้อนในปี 2561 เกิดจากการที่แรงงานต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น แรงงานที่ทำงานต้องตากแดดโดยตรงทั้งในสถานที่งานและบริเวณภายนอก หรือคนงานที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนประเภทอื่นๆ เช่น การทำงานใกล้เคียงกับเครื่องจักรในโรงงาน ซึ่งสภาพแวดล้อมเหล่านี้สามารถทำให้ผลิตภาพแรงงานลดลงและเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจในอนาคต

ประสิทธิภาพแรงงานและรายได้

ตามรายงาน NUS Project HeatSafe ทำนายว่าในทุกวันที่มีอากาศร้อน ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานของคนงานจะลดลงในช่วงเวลาทำงาน ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลต่อรายได้ของแรงงานโดยโดยเฉลี่ยสูญเสียประมาณ 21 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อคน การลดลงในประสิทธิภาพแรงงานเนื่องจากอากาศร้อนอาจทำให้ความสะดวกสบายลดลง และมีผลต่อความสม่ำเสมอในการทำงาน ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลต่อรายได้ของแรงงานอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่มีอากาศร้อน

อัตราการเจริญพันธุ์และสุขภาพ

อากาศร้อนมีผลกระทบต่อความสามารถในการเรียนรู้และสุขภาพร่างกายของบุคคล ไม่เพียงแค่นักเรียนและคนงาน แต่ยังมีผลกระทบต่ออัตราการเจริญพันธุ์ของประชากรด้วย ซึ่งปัจจุบันอัตราการเจริญพันธุ์ในสิงคโปร์อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ สภาวะนี้สามารถเกิดจากผลกระทบของอากาศร้อนที่ส่งผลต่อระบบการเจริญพันธุ์ของมนุษย์

โดยอาจทำให้อัตราการตั้งครรภ์ลดลงหรือมีการเกิดปัญหาทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์ เช่น การมีลูกน้อยหรือการเจริญเติบโตของเซลล์รากหรือนามีของผู้ชายและผู้หญิง ดังนั้น ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศอย่างอากาศร้อนเป็นส่วนสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อพิจารณาถึงสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของประชากร

การเผชิญกับอากาศร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประเทศสิงคโปร์กำลังเผชิญกับการเผชิญหน้ากับอากาศร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ของโลก การวัดดัชนีรังสียูวีเพิ่งที่จะแตะถึงระดับ “สูงจัด” (Extreme) เป็นครั้งที่สองภายในระยะเวลา 4 วัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในมาตรวัดรังสียูวีจากแสงอาทิตย์ของสิงคโปร์

เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงการเร่งด่วนของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในประเทศและความจำเป็นในการดำเนินการเพื่อการป้องกันและการเตรียมความพร้อมในการดำเนินชีวิตในสภาพอากาศที่ทำลายได้แม้จะมีความสูงที่สุดในระดับรังสียูวีของสิงคโปร์

ทิ้งท้าย การเตือนภัยจากนักวิทยาศาสตร์

การเผชิญหน้ากับสภาพอากาศร้อนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศสิงคโปร์เท่านั้น นักวิทยาศาสตร์เตือนว่าสภาพอากาศโลกได้เกินเกณฑ์ภาวะโลกร้อนตลอดทั้งปี 2566 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

และนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกมาเตือนว่าโลกได้ข้ามผ่านภาวะโลกร้อนไปสู่ยุคแห่ง “โลกเดือด” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เตือนให้เข้าใจถึงความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตทั้งในท้องทะเลและบนผิวโลก

หน้าแรก
สมัคร
โปรโมชั่น
ติดต่อเรา